10232017Mon
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

ปธ.บุหงารายาโต้ข่าว "เสื้อแยกดินแดน" ชี้แค่โปรโมทโรงเรียนตาดีกา

ฮาซัน ดีมายาบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา เปิดใจกับ "ทีมข่าวอิศรา" ภายหลังมีการเผยแพร่ภาพเสื้อยืดสีขาว สกรีนแผนที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนมีการแชร์ต่อๆ กันในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็นเสื้อแบ่งแยกดินแดน

ฮาซัน เล่าถึงที่มาของเสื้อยืดที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ว่า เมื่อ 2 เดือนก่อนได้ไปสำรวจโรงเรียนตาดีกา หรือศูนย์การศึกษาประจำมัสยิด ในจังหวัดสตูล พบว่าจากโรงเรียนตาดีกา 200 แห่งที่มีอยู่ มีเพียง 6 แห่งเท่านั้นที่ยังรักษาอัตลักษณ์และใช้ภาษามลายูอยู่

"คนที่นั่นเขาบอกว่าปัตตานีทอดทิ้งพวกเขา ทั้งที่เขาอยากรักษาภาษามลายู รวมทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาด้วยที่ต้องการรักษาภาษามลายูไว้ ผมจึงใส่ไปทั้ง 5 จังหวัดในแผนที่ที่สกรีนบนเสื้อ"

แนวคิดของการจัดทำเสื้อ คือการสื่อถึงการอนุรักษ์อัตลักษณ์มลายู โดย ฮาซัน บอกว่า ก่อนจะจัดทำเสื้อ ได้ปรึกษาประธานตาดีกาของแต่ละจังหวัด ได้รับคำแนะนำว่าอย่าใช้คำที่ล่อแหลม ส่วนสีแดงคือสีของตาดีกา จะใช้สีเขียวด้วย แต่ไม่มีงบประมาณ ข้อความที่อยู่ข้างบน คือ TANAH PERKASA MELAYU UTARA (แปลว่า ดินแดนอาณาจักรมลายูตอนเหนืออันยิ่งใหญ่) หมายถึง "พื้นที่เขตปกครองที่มีตาดีกา" ส่วนชื่อที่อยู่ในแผนที่ คือชื่อย่อของตาดีกาแต่ละจังหวัด ซึ่งปีนี้ได้ขยายไปยังสตูลและสงขลาด้วย

"ผมทำเพื่อโปรโมทการศึกษาตาดีกาให้เข้มแข็ง" ฮาซัน ย้ำ

เขายังบอกว่า คนที่โพสต์เรื่องนี้แล้วอ้างว่าเป็นเสื้อของการแบ่งแยกดินแดนเป็นรัฐอิสลาม เป็นเพราะอ่านภาษายาวีไม่ออก แล้วไปตีความว่าเป็นการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งไม่ใช่จุดประสงค์ของเรา ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็เคยทำเสื้อแบบนี้ แต่ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนเพื่อนๆ ที่ใส่เสื้อในรูป เกิดจากหลังละหมาดยุมอะฮ์ (ละหมาดวันศุกร์) ครั้งหนึ่ง ผมได้ชวนพวกเขามาถ่ายรูปเพื่อจะโพสต์ลงหน้าเฟซบุ๊คของตนเพื่อจะได้ขายเสื้อ

"หากมีอะไรให้มาถามผม เพราะผมเป็นต้นเรื่อง" ฮาซัน กล่าว
isranews

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

วิจารณ์ขรม "เสื้อ-ป้าย" สื่อถึงแยกดินแดน? ทหารเรียกคุย-สั่งฝ่าย ก.ม.ชี้ผิดหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 07 กรกฎาคม 2559 เวลา 15:20 น.

ช่วง 2-3 วันมานี้ มีการแชร์ภาพทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊คและแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่สร้างกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 ชุดด้วยกัน

ชุดแรก เป็นภาพเสื้อยืดสีขาว สกรีนรูปแผนที่สีแดงบนตัวเสื้อ เป็นแผนที่คาบสมุทรมลายู คือดินแดนบางส่วนในภาคใต้ของไทยและตอนเหนือของมาเลเซีย

ส่วนหนึ่งของดินแดนในภาพคาดว่าเป็นพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย คือ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล ทำเป็นสีขาวแยกต่างหากออกมาจากดินแดนสีแดงซึ่งเป็นพื้นที่ตอนใต้ของไทยและตอนเหนือของมาเลเซียอย่างชัดเจน

หน้าอกเสื้อสกรีนคำว่า "TANAH PERKASA MELAYU UTARA" โดยทั้งในแผนที่และหน้าอกเสื้อ ยังมีถ้อยคำภาษายาวีกำกับไว้ด้วย

ภาพชุดนี้ นอกจากภาพเสื้อที่สกรีนแผนที่และถ้อยคำดังกล่าวแล้ว ยังมีภาพชายวัยหนุ่ม แต่งกายเหมือนคนมลายูมุสลิม 5 คน สวมเสื้อนี้ยืนเรียงหน้ากระดานกันด้วย

ต่อมามีการแชร์ภาพ 2 ภาพนี้ในเฟซบุ๊คและแอพพลิชั่นไลน์ พร้อมข้อความว่า "จังหวัดใต้ล่างเขามีเสื้อนี้กันแล้ว เสื้อแบ่งแยกดินแดนเป็นรัฐอิสลาม ช่วยกันแชร์ออกไปให้มากที่สุดเพื่อให้ทางรัฐบาลได้รู้และพี่น้องชาวไทยได้ตื่นตัว โดยพี่น้องชาวมุสลิม 3 จว.ภาคใต้ที่ดีๆ เค้าทนดูไม่ได้เลยส่งมาให้ดู"

จากการตรวจสอบของ "ทีมข่าวอิศรา" พบว่าเสื้อดังกล่าวมีการเผยแพร่และจำหน่ายทางโซเชียลมีเดียของกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และกลุ่มนักศึกษา ภาคประชาสังคมบางองค์กรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ถ้อยคำบนหน้าอกเสื้อที่ว่า "TANAH PERKASA MELAYU UTARA" แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยว่า "ดินแดนอาณาจักรมลายูตอนเหนืออันยิ่งใหญ่" ส่วนชายหนุ่ม 5 คนที่ยืนสวมเสื้อถ่ายรูปนั้น เป็นนักกิจกรรมและคนทำสื่อทางเลือกของท้องถิ่น

จากการสอบถามความเห็นของคนในพื้นที่ มองว่าการเผยแพร่เสื้อลักษณะนี้ตีความได้ 2 แบบ คือ

1.จงใจประกาศเขตพื้นที่รัฐปัตตานี หรือปาตานี คือ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เลี่ยงไปใช้คำว่า "มลายู" แทนคำว่า "ปาตานี" หรือ "ปัตตานี"

กับ 2.ไม่ได้จงใจให้เป็นประเด็นทางความมั่นคง แต่เป็นการจำหน่ายเสื้อที่สะท้อนอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นซึ่งเป็นดินแดนในคาบสมุทรมลายูเท่านั้น

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงทราบเรื่องนี้แล้ว และรู้ตัวคนที่สวมเสื้อถ่ายรูปทั้ง 5 คนว่าเป็นใคร เบื้องต้นได้ให้หน่วยระดับพื้นที่เชิญตัวมาพูดคุย เพราะเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย

ทหารปลดป้าย Self Determination

ภาพอีกชุดหนึ่ง เป็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารกำลังปลดป้ายผ้าบริเวณมัสยิดแห่งหนึ่ง ที่ดูเผินๆ เหมือนป้ายเขียนแสดงความยินดีในเทศกาลฮารีรายอที่กำลังจะมาถึง โดยภาพชุดนี้เผยแพร่มาก่อนเทศกาลฮารีรายอ หรือเทศกาลเฉลิมฉลองหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาข้อความบนป้ายอย่างละเอียด จะพบว่าส่วนหนึ่งของป้ายเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า SELF DETERMINATION ไม่ใช่ SELAMAT HARI RAYA เหมือนป้ายทั่วไป

เมื่อทหารไปปลดป้ายดังกล่าว ได้มีการนำป้ายลักษณะเดียวกันมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย และมีชายวัยรุ่นแต่งกายเหมือนคนมุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงท่าทางถูกมัดมือ และปิดปาก เหมือนกำลังถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ภาพชุดนี้สร้างกระแสวิจารณ์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยคนทั่วไปเข้าใจว่าทหารไม่อนุญาตให้ติดป้ายแสดงความยินดีช่วงเทศกาลฮารีรายอ จนมีการประท้วงทางสื่อสังคมออนไลน์

พ.อ.ปราโมทย์ ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ข้อความบนป้ายไม่ใช่การแสดงความยินดีในเทศกาลฮารีรายอ แต่เป็นการระบุถึง "สิทธิในการกำหนดใจตนเอง" หรือ SELF DETERMINATION เจ้าหน้าที่ทหารพบป้ายลักษณะนี้ถูกแขวนบริเวณมัสยิดบ้านท่าด่าน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยผู้กระทำเตรียมป้ายไว้จำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ทหารพบเสียก่อน จึงไม่สามารถติดในจุดอื่นๆ ได้ ขณะนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตีความว่าคำๆ นี้เข้าข่ายผิดกฎหมายไทย หรือเข้าข่ายเป็นกบฏหรือไม่

"เรากำลังเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาพ 2 ชุดนี้ทั้งหมดมาพูดคุยปรับทัศนคติ เพราะแม้เป็นพื้นที่ทั่วไปที่ไม่มีสถานการณ์ความไม่สงบ ก็เข้าใจว่าน่าจะหมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อมาทำในพื้นที่ที่มีสถานการณ์พิเศษ และประกาศใช้กฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็น่าจะมีความผิดแน่นอน ฉะนั้น กอ.รมน.ภาค 4 สน.ก็ต้องดำเนินการ" พ.อ.ปราโมทย์ ระบุ

สำหรับ "สิทธิในการกำหนดใจตนเอง" หรือ Right to Self Determination นั้น อธิบายง่ายๆ ว่าเป็นสิทธิในการกำหนดเสรีภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างเสรี เคยถูกกำหนดอยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติ และถูกนำมาใช้กับ "กลุ่มชน" ในดินแดนอาณานิคมหลายแห่ง จนได้รับการปลดปล่อยและเป็นเอกราช โดยส่วนหนึ่งใช้การลงประชามติด้วยการอ้างสิทธินี้ แต่ในรายละเอียดมีเงื่อนไขหลายประการ โดยเฉพาะรัฐชาติต้องยินยอม

http://www.isranews.org/south-news/scoop/item/48263-tshirt.html

 

 

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News