|
 |
 |
2004-12-24 |
 |
 |
| อุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิต “พูโล”PULO |
| ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตหัวหน้าขบวนการพูโลกับพวก ส่วนจำเลยที่ 3 พิพากษาแก้จำคุก 50 ปี หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง เหตุ พยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยร่วมก่อความไม่สงบและส่งจดหมายเรียกค่าคุ้มครองจริง
|
| |
15 พ.ย.) เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายหะยีดาโอ๊ะ ท่าน้ำ อายุ 48 ปี อดีตหัวหน้าขบวนการพูโล นายหะยี บือโอ หรือ บาบอแม อายุ 68 ปี ประธานขบวนการพูโล นายอับดุลเราะห์มาน บิน อับดุลกาเดร์ อายุ 57 ปี สมาชิกขบวนการพูโล นายหะยี สะมะแอ ท่าน้ำ อายุ 54 ปี หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธขบวนการพูโล และนายยามี มะเซะ อายุ 55 ปี สมาชิกขบวนการพูโล จำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏแบ่งแยกราชอาณาจักร สะสมกำลังพลและอาวุธ สมคบกันเป็นซ่องโจร
คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2545 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1, 2 และที่ 4 แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 3 และ 5 ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าร่วมกระทำผิดให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขณะที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ส่วนจำเลยที่ 5 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์
หลังศาลอุทธรณ์พิจารณาจากพยานหลักฐาน รวมทั้งคำเบิกความของฝ่ายโจทก์และจำเลย พบว่า พยานโจทก์หลายปากโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอดีตสมาชิกพูโลกลับใจต่างเบิกความสอดคล้องกันว่าจำเลยทั้งหมดร่วมกันก่อเหตุร้ายในหลายพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งสังหารเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน เผาโรงเรียน และลอบวางระเบิดหน่วยงานราชการ รวมทั้งส่งจดหมายเรียกค่าคุ้มครองจริง โดยลายมือที่เขียนในจดหมายเรียกค่าคุ้มครองเป็นลายมือของจำเลยที่ 1 ส่วนพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยที่หักล้างไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงพิพากษายืนให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1, 2 และ 4 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ประหารชีวิต แต่จากคำสารภาพในชั้นสอบสวน ให้ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 โจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์
ภายหลังฟังคำพิพากษา ญาติของนายอับดุลเราะห์มาน บิน อับดุลกาเดร์ จำเลยที่ 3 กล่าวว่ารู้สึกตกใจที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้และลงโทษนายอับดุลเราะห์มานประหารชีวิตแต่ลดโทษให้เหลือจำคุก 50 ปี โดยจะมอบหมายให้ทนายความยื่นฎีกาและประกันตัวต่อไป โดยจะใช้หลักทรัพย์เดิมที่ประกันในชั้นอุทธรณ์เป็นโฉนดที่ดินในจังหวัดสงขลา
ด้าน นายวิทยา บูรณศิล ทนายความจำเลย กล่าวว่า จากที่รับฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เห็นว่ายังมีแนวทางต่อสู้คดีได้ หลังจากนี้คงต้องปรึกษาญาติเพื่อเตรียมยื่นฎีกาจำเลยทั้ง 4 ภายใน 1 เดือน สำหรับจำเลยที่ 3 ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ให้จำคุก 50 ปีนั้น ตนจะยกข้อต่อสู้ที่ศาลชั้นต้นใช้พิจารณา โดยเฉพาะการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไม่ถูกต้อง และยังไม่ชัดเจนที่กล่าวหาว่าจับกุมได้พร้อมกับจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ที่ป่าละเมาะแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย
สำหรับคดีนี้ อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2541 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างปี พ.ศ.2511-2541 มีกลุ่มคนที่นับถือศาสนาอิสลาม สมคบกันก่อตั้งองค์กรทางการเมืองชื่อ องค์การปลดแอกแห่งชาติปัตตานี หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนพูโล เพื่อแบ่งแยกดินแดน 5 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลาบางส่วน สถาปนาเป็นรัฐอิสระปกครองตนเองโดยไม่ขึ้นอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลไทย ทั้งชักชวนให้สมาชิกนำญาติมิตรเข้าร่วมขบวนการ จัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ ฝึกวิชาทหาร และการสู้รบแบบกองโจร ก่อวินาศกรรมตามสถานที่ราชการต่างๆ เช่น ศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ สถานีรถไฟ โรงแรม เผาอาคารสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน เป็นต้น รวมทั้งใช้อาวุธยิงข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศนับถือศาสนาอิสลาม ตลอดจนมีการข่มขู่กรรโชกทรัพย์เรียกค่าคุ้มครองจากพ่อค้า นักธุรกิจ เจ้าของสวนยางพารา และบริษัทรับเหมาก่อสร้างอื่นๆ ทำให้ขบวนการพูโลมีเงินทุนซื้ออาวุธเพื่อก่อความวุ่นวายดังกล่าว ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1-4 ให้การรับสารภาพ ส่วนชั้นศาลจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ
|
| |
| http://www.bangkokbiznews.com/2004/12/24/pol/index.php?news=col1.html |
|
|
|
| |
|
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
|