|
 |
 |
2010-07-04 |
 |
 |
| แถลงการณ์: ไฟใต้ 6 ปี 4,000 ศพ ถึงเวลารัฐต้องเจรจาเพื่อสันติ! |
| มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ระบุ 6 ปีมีผู้เสียชีวิตในสถานการณ์ภาคใต้กว่า 4,000 ราย พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา พร้อมนำนโยบายสันติ ‘เจรจา’ ทุกระดับ นำประสบการณ์ปรองดองจากต่างประเทศมาปรับใช้ |
| |
วานนี้ (2 ก.ค. 53) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 ราย ภายในรอบ 6 ปีทั้งยังบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบนับพันๆคนถูกจับกุม และถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 500 คน ความสูญเสียและเสียหายดังกล่าวเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้ความขัดแย้งลึกซึ้ง และซับซ้อนยิ่งขึ้น หากปล่อยให้ดำเนินต่อไป จะยิ่งยากที่จะแก้ไขเยียวยา จึงเสนอว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงต้อง ทบทวนการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และปฏิบัติงานของฝ่ายรัฐและค้นหาแนวทางและนโยบายที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อ ส่งเสริมให้เกิดการปรองดอง สมานฉันท์ และสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ทั้งหมดมีดังนี้
แถลงการณ์
ประณาม การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 ราย ภายใน 6 ปี
รัฐ ต้องนำนโยบายสันติเจรจาทุกระดับ ควรนำประสบการณ์ปรองดองจากต่างประเทศมาปรับใช้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิด20กิโลกรัมและการยิงทำร้ายจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ทหารพรานเสียชีวิต 3 รายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับหมู่บ้านเสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส สถานการณ์ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2553 สะท้อนแนวโน้มความรุนแรงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรูปแบบการใช้ความรุนแรงนอกจากจะมีการใช้ระเบิด การลอบสังหาร ตามรูปแบบเดิม ยังมีแนวโน้มการสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินในที่สาธารณะ ในเขตเมือง เขตเทศบาล ด้วยรูปแบบการใช้ความรุนแรงใหม่ เช่น กรณีเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งด้วยระเบิดมือขนาดเล็ก เป็นต้น ปัจจุบันนับจากยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 กว่า 4,000 ราย เฉลี่ยเสียชีวิตวันละสองคนเป็นอย่างน้อย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอประณามการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบและขอแสดงความ เสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายทุกกรณีร่วมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ตก เป็นเป้าในการทำร้ายและสร้างความเสียหาย อีกทั้งหลายเหตุการณ์ความรุนแรงก็ส่งผลประชาชนผู้บริสุทธิ์รวมทั้งเด็กจำนวน ไม่น้อยตกเป็นเป้าของความเสียหายของการใช้ความรุนแรงที่โหดร้าย โดยในระยะ 6 ปีที่ผ่านแม้ว่ารัฐจะใช้กฎหมายและมาตรการต่างๆ ในหลายรูปแบบ แต่อาจกล่าวได้ว่าความรุนแรงและปัญหาการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ลดลงเลย โดยมีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 4,000 คน บาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบนับพันๆคนถูกจับกุม และถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 500 คน ความสูญเสียและเสียหายดังกล่าวเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้ความขัดแย้งลึกซึ้ง และซับซ้อนยิ่งขึ้น หากปล่อยให้ดำเนินต่อไป จะยิ่งยากที่จะแก้ไขเยียวยา
ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงเสนอว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงต้อง ทบทวนการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และปฏิบัติงานของฝ่ายรัฐและค้นหาแนวทางและนโยบายที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อ ส่งเสริมให้เกิดการปรองดอง สมานฉันท์ และสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มจากการพิจารณาถึงปมปัญหาพื้นฐานของความขัดแย้ง เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการของการแก้ปัญหา สร้างกระบวนการเจรจา เพื่อนำความขัดแย้งที่ใช้อาวุธและการเข่นฆ่า ไปสู่ความขัดแย้งที่แก้ไขโดยสันติวิธี โดยอาจนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาศึกษาและถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เช่น แนวทางของการสร้างกระบวนการยุติความขัดแย้งโดยมีคนกลาง การสานเสวนากับทุกภาคส่วนด้วยกลไกใหม่ เช่น คณะกรรมการสมานฉันท์จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นกลไกให้เกิดการเจรจาทุกระดับ เพื่อหาทางออกทางการเมืองด้วยหนทางประชาธิปไตย พร้อม ๆ กับการใช้มาตรการทางกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมทั้งการปราบปรามและการนำคนผิด มาลงโทษที่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเคร่งครัดต่อระเบียบวินัยของเจ้าหน้าที่ พิจารณาสอบสวนกรณีมีข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่อย่าง จริงจังเปิดเผยและลงโทษกรณีพบว่ามีการกระทำตามกระบวนการยุติธรรรม เพื่อป้องปรามการก่อเหตุร้ายอันเป็นภัยต่อชีวิตทุกชีวิตและต่อทรัพย์สิน สาธารณะของทุกภาคส่วนซึ่งเป็นสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการ ปรองดองแห่งชาติสำหรับกรณีความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ไม่น้อยไป กว่าการสร้างการปรองดองแห่งชาติในระดับประเทศ รวมทั้งการพิจารณาถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันด้วยมาตรฐานขั้น ต่ำในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน
|
| |
| กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามาน |
|
|
|
| |
|
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
|