|
 |
 |
2007-08-09 |
 |
 |
| ไล่ยิงชาวบ้านกลางสวนยางนราธิวาส ดับ 2 สาหัส 2 ราย |
| ทหารลุยค้น 4 อำเภอสีแดงปัตตานีล่าทีมยิงอนามัย รวบ 7 ผู้ต้องสงสัย รองประธานแพทย์ชนบทเผยชาวบ้านเตือนหมองดเข้าพื้นที่สีแดงชั่วคราว เชื่อปมสังหารแค้นที่ให้ทหารตั้งฐานอนามัย
|
| |
ขณะเดียวกัน มีคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งงัดประตูหลังเข้าไปในบ้านคอนกรีตชั้นเดียวของ นายจิตร เดชสุวรรณโณ อายุ 71 ปี เลขที่ 53/4 หมู่ 1 บ้านเทียรยา ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุหลังแรก โดยนายจิตรกำลังดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน คนร้ายเข้าไปทำร้ายและตัดศีรษะนำไปเช่นกัน จากนั้นก็ราดน้ำมันเบนซินราดภายในบ้านจุดไฟเผา ทำให้ของใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหาย ส่วนร่างนายจิตรถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม นอกจากนั้น คนร้ายยังลอบเผาบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเสียหายอีก 1 หลัง ซึ่งเป็นบ้านไม่มีใครอาศัยอยู่เพราะย้ายไปอยู่ในเมืองปัตตานีแล้ว
ต่อมาคนร้ายได้นำวัตถุต้องสงสัย เป็นกล่อง วางไว้บนถนนทางหลวงสาย 42 พื้นที่หมู่ 1 ต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปตรวจสอบพบเป็นระเบิดปลอม ขณะเดียวกัน คนร้ายยังได้ทำลายเสาไฟฟ้าจนล้ม 4 ต้นในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย
ก่อนหน้านี้ คนร้ายได้ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนบ้านยือริง หมู่ 4 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง ทำให้อาคารเรียนไม้ของชั้น ป.4 ได้รับความเสียหายทั้งหลัง รวมถึงโรงเรียนบ้านดาโต๊ะ หมู่ 4 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง ถูกคนร้ายลอบวางเพลิง ทำให้อาคารเรียน 2 หลังได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เมื่อกลางดึกวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา คนร้ายได้ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียน 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.ยะรัง คือ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา หมู่ 1 บ้านต้นไผ่ ต.เมาะมาวี และโรงเรียนบ้านโคกขี้เหล็ก หมู่ 6 บ้านโคกขี้เหล็ก ต.เขาตูม ทำให้อาคารเรียนได้รับความเสียหาย
นายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดปัตตานี และประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หลังคนร้ายลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนหลายแห่ง ส่งผลให้โรงเรียนในพื้นที่อีกหลายแห่งทยอยปิดเรียนเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากโรงเรียนในพื้นที่ ต.ท่ากำชำ และ ต.บางเขา อ.หนองจิก ที่ประกาศปิดเรียนจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม ทั้งนี้ ในวันที่ 10 สิงหาคม จะมีการหารือเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจนอีกครั้ง
เผยชาวบ้านเตือนหมองดเข้าพื้นที่สีแดง
ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกยิง นายเบญจพัฒน์ แซ่ติ่น ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ระดับ 5 และนางอัจฉรา สกนธวุฒิ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารสาธารณสุข ระดับ 7 ซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีอนามัยประจัน บ้านบราโอ ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด นพ.สุพัฒน์ ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ในฐานะรองประธานแพทย์ชนบทและเครือข่ายแพทย์ชนบทภาคใต้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากคนร้ายไม่สนว่าเป้าหมายจะเป็นใคร หากเห็นว่าให้ความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ เขาก็จะลงมือก่อเหตุเพื่อให้ตกอยู่ในความกลัว และต้องการสกัดกั้นการให้ความร่วมมือทุกวิถีทาง
"ที่ผ่านมา แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่วันนี้ผู้ก่อความไม่สงบเกิดความรู้สึกว่า เราหันไปให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมากดดันเรา ทั้งที่จริงเรารักษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญาณน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง" นพ.สุพัฒน์ กล่าว
รองประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า การเข้ามาของทหารโดยตั้งค่ายภายในสถานีอนามัย ทำให้เจ้าหน้าที่ตกเป็นเป้าของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากเชื่อว่าเราให้ความร่วมมือกับทหาร อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง บุคลากรของสาธารณสุขจึงเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้านิ่งอย่างยิ่ง ที่สำคัญขณะนี้เราได้รับการแจ้งเตือนจากชาวบ้านว่า ทั้งแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่จำเป็นไม่ควรเข้าพื้นที่ล่อแหลมอย่างเด็ดขาด เพราะสถานการณ์อันตรายมาก ฝ่ายตรงข้ามกำลังเปิดแผนตอบโต้รุนแรงอย่างต่อเนื่อง หากชาวบ้านเจ็บป่วยหนักจะมี อสม.ทำหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลพื้นที่ใกล้เคียงได้อยู่แล้ว
นพ.สุพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานีอนามัยใน อ.ยะรัง ซึ่งมี 15 แห่ง ได้ปิดบริการชั่วคราวก่อน เช่นเดียวกับพื้นที่เสี่ยงอื่นให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาแต่ละแห่งว่าจะปิด หรือดำเนินการอย่างไร เพื่อให้บุคลากรปลอดภัยที่สุด
ส่วนการดูแลสุขภาพของชาวบ้านในช่วงที่สถานีอนามัยปิดนั้น พ.อ.นพพร กลั่นสุภา เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจกรมการแพทย์ทหารบกส่วนหน้า (เสนาธิการ พบ.สน.) กล่าวว่า จะมีการออกหน่วยเคลื่อนที่ เน้นดูแลภาคประชาชนซึ่งอยู่ในรัศมีของพื้นที่ที่มีการหยุดให้บริการ เพราะส่วนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งส่วนใหญ่จะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารและระบบหายใจ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัด หากกระทรวงสาธารณสุขประสานขอความร่วมมือให้จัดส่งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลประชาชนแทนเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัยซึ่งยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
รวบ7ผู้ต้องสงสัยคดียิงอนามัย
พ.อ.วันชัย พ่วงขุมทรัพย์ ผบ.ฉก.2 ปัตตานี กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคนร้ายว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ร่วม 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 28 จุด ใน 2 ตำบล คือ ต.ประจัน และ ต.กอลำ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 7 คน คือ นายแวอาซิก กาโฮง นายต่วนมะ รอยา นายอาหะมะ สาเยาะ นายรอสลี สาเยาะ นายมะซาและ เจ๊ะแลกายู นายฮารง กูวิง และนายอุสมัน ตูวอมาซอ พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
"ผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวได้เป็นแนวร่วมกลุ่มอาร์เคเคที่ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาคดีฆ่าตำรวจรวมอยู่ด้วย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังเดินหน้าเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ 4 อำเภอเป้าหมายหลัก คือ อ.ยะหริ่ง อ.ยะรัง อ.หนองจิก และ อ.มายอ และในช่วง 1-2 วันนี้ให้เน้นกดดันพื้นที่ อ.ยะรัง และ อ.ยะหริ่ง อย่างเข้มแข็ง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่อนามัยน่าจะยังกบดานอยู่ในพื้นที่" พ.อ.วันชัย กล่าว
ผบ.ฉก.2 ปัตตานี กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้มีการปรับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่า ฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบอยู่ระหว่างการวางแผนเปิดปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายยังก่อเหตุป่วนหลายจุด เช่น ฆ่าตัดคอชาวบ้าน 2 คน พร้อมวางเพลิงเผาบ้าน เผาโรงเรียนหลายแห่ง รวมทั้งวางวัตถุต้องสงสัย และพ่นสีบนถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส เป็นต้น โดยพฤติกรรมทั้งหมดต้องการสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ เพื่อสกัดกั้นการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย
ค้นยะลารวบ5แกนนำป่วนใต้
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายยิงแล้วเผา นายอุทัย นิลนาม อายุ 43 ปี พนักงานขับรถของสำนักงานกรมการค้าภายในจังหวัดยะลา ที่หมู่ 3 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด วันที่ 9 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจที่ 15 นำโดย พ.ท.ยุทธนา เพชรม่วง ผบ.ฉก.15 สนธิกำลังตำรวจ สภ.อ.เมืองยะลา และฝ่ายปกครอง กว่า 150 คน เข้าตรวจค้นบ้านกำปั่น หมู่ 6 ต.ท่าสาป สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 5 คน คือ นายอารีเฟ็น สานิ อายุ 41 ปี ซึ่งการข่าวระบุว่า เป็นระดับแกนนำในพื้นที่ ต.ท่าสาป นายดอรอนิง สานิ อายุ 52 ปี พี่ชายของนายอารีเฟ็น นายบากรี สานิ อายุ 35 ปี น้องชายของนายอารีเฟ็น นายบัดดารุดิน สามะ อายุ 17 ปี เป็นแนวร่วมในพื้นที่ ทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ เคยไปศึกษาอยู่ที่กรุงไคไร ประเทศอียิปต์ แต่เรียนไม่จบ และนายอาเรฟอูเซ็ง เจ๊ะแม อายุ 36 ปี
ของกลางที่ยึดได้ คือ กระสุนปืนลูกซอง 34 นัด กระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก อาวุธพกสั้นขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก เศษเหล็กขนาด 2 หุนตัดเป็นท่อน จำนวน 20 กก. เครื่องแบบทหารสีเขียว 1 ตัว แผ่นซีดีปลุกระดม เอกสารใบปลิวระบุสำนักข่าวเหล่านักรบรัฐฟาตอนี และแผนที่โดยสังเขป ซึ่งระบุจุดพักของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต.ท่าสาป ต.เปาะเส้ง รวมทั้งปุ๋ยยูเรีย เป้สนาม ถุงมือสีดำ ถุงน้ำเกลือ เข็มขัดสนาม ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นบ้านลิมุด ต.ท่าสาป สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 16 คน
พล.ต.สำเร็จ ศรีหร่าย ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "สยามเช้านี้" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ถึงแผนพิทักษ์แดนใต้ว่า จากผลการปิดล้อมตรวจค้นทำให้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้หลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่ปฏิบัติการทางทหาร เราควบคุมตัวได้จำนวนน้อย เพราะพวกนี้มีลักษณหลบหนีได้เร็ว ส่วนกลุ่มที่จับกุมได้มาก คือ แนวร่วม ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการสาบาน ผ่านการฝึกมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่ชาวบ้านมองว่าเป็นการเหวี่ยงแหจับนั้น เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในเรื่องนี้มาก อาจจะมีสักคน หรือสองคน ซึ่งมีชื่อ ลักษณะ รูปร่าง หน้าตาเหมือนกัน บางทีเราก็ไม่ชัดเจนตรงนี้ ซึ่งก็มีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งเราได้ทำความเข้าใจกับประชาชนและเข้าไปพบปะกับครอบครัวเขาว่านี่เป็นข้อผิดพลาดที่เราต้องแก้ไข ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า ผู้ชายถูกเชิญตัวไปจนหมดหมู่บ้าน เชื่อว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้าม
"ขณะนี้เราควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้น แต่ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวังอยู่ และมีการขยายผลงานด้านการเมือง การพัฒนา โดย ศอ.บต.จังหวัดและอำเภอ ได้ลงไปคลุกคลีในหมู่บ้านมากขึ้น สร้างความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น" พล.ต.สำเร็จ กล่าว
รวบผู้ต้องหาป่วนใต้ขณะกบดานหาดใหญ่
วันเดียวกัน พล.ต.ต.สฤษฏ์ชัย เอนกเวียง ผบก.วท.ภาค 4 งานสืบสวนคดีสำคัญ ศปก.ตร.สน. นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านเช่าลักษณะห้องพักรวม เลขที่ 31 ซอยโชคสมาน 3 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จากการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 301 ชั้น 3 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ 1 คน คือ นายมูฮัมหมัดอาลีฟิน มะแซ อายุ 21 ปี ได้ของกลางหลายรายการ คือ ชุดลายพรางทหาร 4 ชุด กระเป๋าลายพรางทหาร 1 ใบ หมวก 6 ใบ กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 2 นัด ขนาด .38 จำนวน 1 นัด ยาซึ่งมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 4 (อันปาโซแลม) ใบกระท่อม ยาแก้ไอ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ด 1 อัน สมุดจดเบอร์โทรศัพท์ 1 เล่ม เข็มขัดสนามสีดำ 1 เส้น เอกสารธนาคาร 1 เล่ม และรถจักรยานยนต์ 1 คัน
ยิงลูกจ้างขนไม้ยางพาราดับ 2 สาหัส 2
เมื่อเวลา 15.00 น. คนร้ายยิง นายมะซอและ สะอิ อายุ 52 ปี และนายอาบือดี เจ๊ะนุ อายุ 15 ปี หลานของนายมะซอและ เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน คือ นายกูอาซูวา ตูแวบือซา อายุ 17 ปี และนายมะยูโซะ ยีดิง อายุ 30 ปี เหตุเกิดในสวนยางพาราริมถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ระหว่างที่นายมะยูโซะพร้อมพวกรวม 4 คน กำลังช่วยกันขนท่อนไม้ยางพาราขึ้นใส่รถกระบะที่จอดอยู่ริมถนน คนร้าย 4 คนนั่งรถกระบะสีดำมาจอดเทียบ แล้วใช้ปืนยิง แต่ทั้ง 4 คนเห็นก่อน จึงพากันวิ่งหลบหนีเข้าไปในสวนยาง และคนร้ายยังวิ่งไล่ตามไปยิงทั้ง 4 คน ก่อนขึ้นรถหลบหนีไป โดยนายกูอาซูวาและนายมะยูโซะถูกกระสุนปืนของคนร้ายแล้วแกล้งตาย ส่วนนายอาบือดีและนายมะซอและถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.00 น. ขณะที่ทหารร้อย ร.15112 ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยประจำเส้นทางรถไฟ ระหว่างสถานีรถไฟบ้านไอสะเตีย-สถานีรถไฟบ้านบูกิต กำลังลาดตระเวนเส้นทางเพื่อสำรวจความเรียบร้อย เมื่อมาถึงหัวสะพานรถไฟบ้านกูเว หมู่ 4 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พบว่า หมุดยึดรางรถไฟพร้อมแผ่นเหล็กรองราง ถูกคนร้ายถอดออกจากรางกว่า 12 ตัว จึงประสานให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เข้าซ่อมแซม
http://www.komchadluek.net/2007/08/09/a001_130557.php?news_id=130557
-----------------------------------------
เหี้ยม ไล่ยิงชาวบ้านกลางสวนยางนราธิวาส ดับ 2 สาหัส 2 ราย
ร.ต.ต.วรวิทย์ พินิจสถิตย์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บในสวนยางพารา ริมถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านไม้งาม ม.10 ต.บางปอ ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ นายมะซอและ สะอิ อายุ 52 ปี และนายอาบือดี เจ๊ะนุ อายุ 15 ปี หลานชาย ทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อคือ นายกูอาซูวา ตูแวบือซา อายุ 17 ปี และนายมะยูโซ๊ะ ยีดิง อายุ 30 ปี
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายมะยูโซ๊ะ และพวกรวม 4 คน กำลังช่วยกันขนท่อนไม้ยางพาราขึ้นรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ริมถนน มีคนร้าย 4 คน ขับรถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน มาจอดเทียบ แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองและเอ็ม 16 ยิงใส่กลุ่มนายมะยูโซ๊ะ แต่ไม่โดน ทั้ง 4 คนพากันวิ่งหนีเข้าไปในป่าสวนยางพารา คนร้ายจึงวิ่งไล่ตามเข้ายิงซ้ำในสวนยางพารา ก่อนพากันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ใต้รายวัน
|
| |
| http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000093557 |
|
|
|
| |
|
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
|