| ยิง-เผา2ทหารพรานขณะออกหาข่าวรือเสาะ |
| 24 มิ.ย.ร.ต.ต.วรพงศ์ กล่อมสกุล ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงและจุดไฟเผาเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยที่ 4404 กรมทหารพรานที่ 44 เสียชีวิต จำนวน 2 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านปูโป ม.1 ต.สามัคคี |
| |
หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ ผกก.สภ.อ.รือเสาะ, นายอรุณ ศรีใส ปลัดอาวุโสอำเภอรือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านเป็นจำนวนมาก กำลังยืนดูศพผู้เสียชีวิต จำนวน 2 นาย ที่ถูกคนร้ายราดน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วจุดไฟเผา อยู่ริมถนน ข้างรถ จยย.ที่ล้มตะแคงอยู่ 1 คัน ในสภาพที่ทั้ง 2 ศพ ถูกไฟเผาตั้งแต่ช่วงศรีษะจรดบั้นเอว ทราบชื่อต่อมา คือ 1.ส.อ.จักรพงศ์ พลเงิน ซึ่งถูกเผาแล้วยังมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.ที่บริเวณแผ่นหลัง,หน้าอกและศรีษะ รวม 3 นัด และ 2. อาสาสมัครทหารพรานธวัชชัย มณีแสง ซึ่งถูกเผาแล้วยังมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่บริเวณชายโครง หน้าอกและศรีษะ รวม 3 นัด
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า. ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมทางและบนถนน จำนวนกว่า 10 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ส่งให้แพทย์โรงพยาบาลรือเสาะ ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อ.ส.ทหารพรานธวัชชัย ได้ขี่รถ จยย.โดยมี ส.อ.จักรพงศ์ นั่งซ้อนท้าย โดยแต่งกายเป็นพลเรือนออกจากฐานในพื้นที่ อ.รือเสาะ เพื่อออกไปสืบเซาะหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่แฝงตัวเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.สามัคคี เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2-3 คน ดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้อาวุธปืน อา.ก้า.ดักซุ่มยิง อ.ส.ทหารพรานธวัชชัยและ ส.อ.จักรพงศ์ จำนวนกว่า 10 ซ้อน
เมื่อทหารทั้ง 2 นายรถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำ คนร้ายได้วิ่งกรูออกจากป่าและใช้อาวุธปืน อา.ก้า.ยิงซ้ำที่ศรีษะทหารทั้ง 2 นายคนละนัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้รื้อค้นตัวทหารทั้ง 2 นาย หยิบเอาอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ของ อ.ส.ทหารพรานธวัชชัย และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม.ของ ส.อ.จักรพงศ์ ไปจำนวน 2 กระบอก แล้วก่อนหลบหนีคนร้ายจึงได้นำน้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมมาราดไปยังศพทหารทั้ง 2 นายแล้วจุดไฟเผา
|
| |
| http://www.komchadluek.net/2007/06/24/a001_124156.php?news_id=124156 |